Missions

Joomla Templates and Joomla Extensions by JoomlaVision.Com

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย


Designed by:

ประเทศสาธาณรัฐมองโกเลีย PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 18 April 2011 06:42

ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับประเทศมองโกเลีย

ชื่อประเทศ : มองโกเลีย  ( Mongolia) หรือ สาธาณรัฐมองโกเลีย ( Republic of Mongolia)

เป็นประเทศในทวีปเอเชีย ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกรองจากประเทศคาซัคสถาน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศรัสเซีย และทางใต้ติดกับประเทศจีน มีพื้นที่ที่สามารถใช้สำหรับการเกษตร ได้น้อยกว่าร้อยละหนึ่ง มองโกเลียมีประชากรเพียง 2 ล้านกว่าคน แตมีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึงกว่า 3 เท่า ซึ่งทำให้ประเทศมองโกลเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อย ที่สุดในโลก มองโกเลียเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิมองโกลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งต่อมาได้ยึดอำนาจเข้าปกครองจีนในนามของราชวงศ์หยวนแต่ก็ต้องมาเสียอำนาจเมื่อราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงเข้ามามีอำนาจ ซึ่งทางมองโกเลียเองต้องอยู่ใต้อำนาจของราชวงศ์ดังกล่าวอีกด้วย มองโกเลียได้รับเอกราชจากจีนเมื่อปี พ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1924) จากการช่วยเหลือของสหภาพโซเวียตแต่ต้องสถาปนาการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ตามแบบประเทศเพื่อนบ้าน ลัทธิคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลงจากมองโกเลียเมื่อปีพ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) ปีเดียวกันกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งต่อมามองโกเลียได้นำระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามาใช้กับตน

ธงชาต

ธงชาติของประเทศมองโกเลียมีทั้งหมด 3 สี สีแดง หมายถึงความก้าวหน้า สีฟ้า หมายถึงท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และเครื่องหมายสีเหลืองหมายถึงศาสนา

การปกครอง

มองโกเลียแบ่งการเขตการปกครองออกเป็น 21 จังหวัด หรือเรียกว่าไอมัก (Aimags) มีเมืองหลวงชื่อว่า อูลันบาตอร์ (Ulaanbaatar)

มองโกเลียใช้การปกครองระบบสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร(State Great Hural-SGH) ซึ่งมีจำนวนสมาชิก 76 คน ดำรงตำแหน่งมีวาระ 4 ปี ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ซึ่งเป็นประมุขของประเทศ มีวาระ 4 ปี ให้ประชาชนมีสิทธิจัดตั้งพรรคการเมืองต่าง ๆ

ปัจจุบันนายนัมบาริน อิ๊งค์บายาร์ (Nambaryn Enkhbayar) ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี ตั้งแต่ปี 2005  และมี นายมิเยกอมโบ อิ๊งค์โบลด์ (Miyegombo Enkhbold) ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2006 จนถึงปัจจุบัน เป็นต้นมา

ภาษา

ภาษาหลักที่ใช้คือ ภาษามองโกล (ภาษาของพวก Khalkha) แต่ในระบบการศึกษาโรงเรียนก็มีการเรียนการสอนวิชาอื่น ๆ ด้วย คือ ภาษารัสเซีย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่นและภาษาเยอรมัน อัตราการรู้หนังสือของประชากรทั้งหมดมีถึง 97.8%

จำนวนประชากร

ปัจจุบันประเทศมองโกลมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 2.8 ล้านคน(2,832,224 คน[i] ข้อมูลปี 2006)

ประกอบด้วย 17 เผ่าพันธุ์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมองโกล(พวก Khalkha) 94.9%  ชาวคาซัค 5% ชาวรัสเซียและชาวจีน 0.1% ปัจจุบัน มองโกเลียเป็นประเทศที่มีวัยรุ่นหนุ่มสาวมากติดอันดับโลก คนที่อายุต่ำกว่า 35 ปี มีถึง 70% และอายุเฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ 21 ปี

มองโกเลียเป็นประเทศที่มีเยาวชนมากติดอันดับโลก ประชากรร้อยละ 70 มีอายุน้อยกว่า 35 ปี และ 36 เปอร์เซ็นต์มีอายุน้อยกว่า 14 ปี อายุ 21 ปีเป็นอายุเฉลี่ยของประชากรมองโกเลีย 89.5 เปอร์เซ็นต์ของชาวมองโกเลียสามารถอ่านออกเขียนได้ ปัจจุบันนักเรียนกว่า 500,000 คนกำลังศึกษาในชั้นมัธยม และอีก 140,000 คนกำลังศึกษาในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยของทั้งรัฐและเอกชน ระบบการศึกษาประกอบด้วย ชั้นอนุบาล ชั้นประถม 1-6 ชั้นมัธยม 1-10 ระดับมหาวิทยาลัย ระดับชั้นอนุบาลและชั้นมัธยมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษา  ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างสาวก  เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการรับพระกิตติคุณ

ศาสนา

ปัจจุบันชาวมองโกลส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ-นิกายลามะ และลัทธิชามาน (แตกแขนงออกมาจากศาสนาพุทธนิกายลามะในภายหลัง) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากทิเบต  มีลามะ เป็นผู้นำทางศาสนา

สถิติล่าสุด (จาก Operation World - 1 มกราคม 2003) เป็นไปตามลำดับดังนี้ [1]

1)  ผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายลามะและลัทธิชามาน                              53.7 %

2)  ผู้นับถือศาสนาอื่น ๆรวมไปถึงไม่เลือกนับถือศาสนาใด 41.6 %

3)  ชาวมุสลิม(ส่วนใหญ่เป็นชาวคาซัค)                                                  4    %

4)  ชาวคริสต์(ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย)                                                0.71 %

ในปี 1992 คริสเตียนในมองโกเลียมีเพียง 4 คนเท่านั้นในปี 1993 มีผู้เชื่อเพิ่มเป็น 1,500 คนและรัฐบาลอนุญาตให้ทุกคริสตจักรสามารถจดทะเบียนได้ สมาชิกคริสตจักรหลายแห่งเป็นคนหนุ่มสาว

ข้อมูลจาก Operation World (Last Updated -  Jan 1st, 2003 )  ระบุว่าจากประชากรมองโกเลียประมาณ 2.8 ล้านคน   มีคริสเตียน 0.71% หรือประมาณ 20,000 คน  แบ่งตามคณะนิกาย ดังนี้

1)  โปรแตสแต๊นท์(Protestant)                                                             0.41%

2)  กลุ่มอิสระ(Independent)                                                               0.15%

3)  คาทอลิก(Catholic)                                                                           0.03%

4)  ออร์ทอด็อกซ์(Orthodox)                                                                 0.01%

5)  ส่วนที่เหลือ(Marginal)                                                                    0.11%

พันธกิจการประกาศและองค์กรมิชชันนารีในมองโกเลีย

คริสตศาสนาเข้ามาสู่ประเทศมองโกเลียตั้งแต่ช่วงก่อนเป็นอาณาจักรมองโกล โดยการเผยแพร่ของกลุ่มเนสเทอเรียนในช่วงศตวรรษที่ 10 -14  ซึ่งเป็นกลุ่มคริสเตียนทางตะวันออก เมื่อ เตมูยิน (เจง กีส ข่าน) ได้ทำการรวบรวมชนเผ่าในช่วง ศตวรรษที่ 12 ชนเผ่าเหล่านั้นได้มีการนับถือศาสนาคริสต์กันอยู่อย่างประปรายบ้างแล้ว

เจง กีส ข่าน ได้ให้โอรสตูลิอภิเษกกับเจ้าหญิงของคีเรทส์ [ii] คือเจ้าหญิงซอร์กัจตานิเบกิ  เจ้าหญิงทรงเป็นคริสเตียน และเป็นมารดาของหลานที่สำคัญยิ่ง 2 พระองค์ ได้แก่ “กุบไลข่าน และ ฮูลากู” นอกจากนั้นพระชายาของฮูลากู(ที่ทรงโปรดปรานที่สุด)ก็เป็นคริสเตียน  กล่าวกันว่า แมนจู ข่าน (มังกุข่าน)ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวมองโกล(ปกครองจักรวรรดิจากปี 1251-1259) ได้รับบัพติสมาจากบิชอปอาร์มีเนีย เนื่องจากความเชื่อดั้งเดิมของมองโกลเป็นรูปแบบหนึ่งของลัทธินับถือผี จึงดูมีความหวังว่าศาสนาที่มีระบบสูงกว่า อย่างศาสนาคริสต์จะเข้ามาแทนที่ได้ ในยุคของเจง กีส ข่าน ศาสนาต่างๆ ไม่ได้ถูกต่อต้าน ในทางกลับกันเขากับใช้โอกาสนี้ในการสนับสนุนศาสนาต่างๆ เพื่อเรียกเสียงศรัทธาจากประชาชน  อีกทั้งมีคำกล่าวของ เจงกีส ข่าน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อของพระองค์  คือ “เราชาวมองโกล เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่ง ผู้ซึ่งทำให้เรามีชีวิตและตาย”[iii] เจงกิสข่านได้จัดสร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาหลายศาสนาในบริเวณเดียวกัน เช่น มีโบสถ์ วิหารทางศาสนาพุทธ มีสุเหร่าของศาสนาอิสลาม และมีโบสถ์ของคริสต์ศาสนานิกายเนสทอเรียน เจงกิสข่านได้ให้อิสระเสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือศาสนาต่างๆได้  แต่ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายยัสซา  เจงกิสคานิของชนเผ่ามองโกล[iv]

ในปี 1864   British and Foreign Bible Society ได้ทำการแปลพระคัมภีร์ทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ในภาษามองโกเลียสำเร็จแต่พวกเขาไม่มีแนวทางที่หลายหลายในการแจกจ่ายพระคัมภีร์การแจกจ่ายพระคัมภีร์เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1902

ในปลายศตวรรษที่ 19 ลักษณะการทำงานของพันธกิจได้เปลี่ยนจากการทำพันธกิจแบบรายบุคคลมาเป็นการทำพันธกิจในรูปแบบองค์กรมากยิ่งขึ้น

ปี1885    W.P.Sprague of the American Mission ได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นในเมืองคาร์ลแกน (Kalgan)

ปี1886    The Scandinavian Alliance Mission                ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นและในปี 1888 ได้มีการขยายงานเพิ่มไปอีกแห่งหนึ่งด้วย

ปี1897    The Plymouth Brethren ได้เข้ามาจัดตั้งหน่วยงานขึ้นเช่นกันในเมืองปิงหวน(Pinghuan) โดย ศจ. สตีเฟน (Stephen) ซึ่งเขาได้กล่าวถึงความปรารถนาของเขาไว้ว่า “ที่ที่ประกิตติคุณยังไปไม่ถึงนั้นจะต้องหมดสิ้นไป”

ปี1912–1919 มองโกเลียกลายมาเป็นรัฐอิสระภายใต้การปกครองของรัสเซีย ภายในเวลา 20 ปีหลังจากที่มองโกเลียถูกสหภาพโซเวียตครอบงำ พวกคอมมิวนิสต์ได้กวาดล้างบรรดาผู้นำพระสงฆ์ชาวพุทธ จาก 150,000 เหลือ 200 คน ก่อนปี 1990 ไม่มีมิชชั่นนารีที่ทำงานอย่างถาวรที่นั่น แม้แต่ C.I.M.(Chaina Inland Mission) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น O.M.F.(Oversea Missionary Fellowship) และองค์กรอื่น ๆ ก็ไม่ได้ส่งมิชชันนารีเข้าไปประจำในมองโกเลีย

ปี 1992 ชาวมองโกลได้ยกเลิกชื่อ “สาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย” (People’s Republic)และมีการประกาศให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พุทธศาสนามีอำนาจสูงสุดในมองโกเลีย แต่ ไม่ได้ห้ามพลเมืองในการนับถือศาสนาอื่นแต่อย่างใด ซึ่งเป็นข้อสรปุได้ว่า ประเทศที่เปิดให้มิชชันนารีเข้าไปได้

ในช่วงต้นปี 1900 ได้มีการรวมตัวของตัวแทนสมาชิกองค์กรคริสเตียนต่างๆ จำนวน 8 คน จัดตั้งองค์กรที่ชื่อ “Joint Christian Services” (JCS) เพื่อทำพันธกิจในมองโกเลียจนถึงปัจจุบัน

ในเวลานี้มีประมาณ 40 คริสตจักรได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องจากรัฐบาลมองโกเลีย ตามที่คณะผู้แทนของเซ้าท์เทิร์น แบ๊บติสต์(The Southern Baptists) ได้เข้ามาตั้งหน่วยงานในมองโกเลีย พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการรัฐบาลมองโกเลีย กลุ่มคริสตจักรส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้กลับมาประกาศอย่างร้อนรนในหัวเมืองที่สำคัญ 3 แห่งคือ อูลันบาตอร์(Ulaanbaatar) เออร์ดีเน็ท(Erdenet) และ ดาร์ฮันวิท(Darhanwith) ปัจจุบัน เฉพาะในเมืองอูลันบาตอร์มี 18 เขตที่มีคริสตจักรมากกว่า 30 แห่งกระจายอยู่ทั่ว และคริสตจักรในมองโกเลียก็กำลังขยายไปอย่างรวดเร็ว

จำนวนมิชชั่นนารีที่เข้าไปทำพันธกิจในมองโกเลียมีทั้งสิ้น 362  คน ประกอบไปด้วยเตัวแทนจาก 55 องค์กร ซึ่งมาจาก 22 ประเทศ  โดยเป็นมิชชันนารีจากอเมริกา 80 คน และจากเกาหลี 62 คน ส่วนจำนวนมิชชั่นนารีจากมองโกเลียที่ไปทำพันธกิจยังประเทศอื่นมีทั้งสิ้น 54 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 5 องค์กร