Missions

Joomla Templates and Joomla Extensions by JoomlaVision.Com

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย

คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย คณะกรรมการสรรหามิชชันนารีไทย


Designed by:

สหภาพพม่า PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 07 September 2010 06:14

 

ข้อมูลประเทศ....

ประเทศ             สหภาพพม่า (Union of Myanmar)

เมืองหลวง                     เนปีดอ

ภาษาราชการ                 พม่า

ภาษาที่ใช้                      18 ภาษาหลัก (107 ภาษา)

การปกครอง                   เผด็จการทหาร

ประมุข                          พลเอกอาวุโส ตานฉ่วย (ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ

State Peace and Development Council SPDC)

นายกรัฐมนตรี                พลเอกเทียน เส่ง

วันชาติ                          4 มกราคม 2491  (รับเอกราชจากอังกฤษ)

สกุลเงิน             จ๊าต Kyat ( 1,300 จั๊ต = 1 USD)

ภูมิประเทศ                    พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ตอนกลางล้อมรอบด้วยแม่น้ำอิระวดีและแม่น้ำสาละวิน

อาณาเขต                      ทิศเหนือ                        ติดกับทิเบตและยูนนานของจีน

ทิศตะวันออก                 ติดกับยูนนาน ลาวและไทย

ทิศตะวันตก                   ติดกับอินเดีย บังคลาเทศ

ทิศใต้                ติดกับไทย

ลักษณะภูมิอากาศ          มรสุมเมืองร้อน

การปกครอง                   แบ่งเป็น 7 เขต Division

เขตอิระวดี, พะโค, มาเกว, มัณฑะเลย์, สะกาย, ตะนาวศรี และร่างกุ้ง

7 รัฐ State

รัฐชิน, คะฉิ่น, กะเหรี่ยง, คะยา, มอญ, ยะไข่, ฉาน

เมืองสำคัญ                    พุกาม เป็นอาณาจักร ราชวงศ์แรกในประวัติศาสตร์พม่าที่มีศาสนาพุทธเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด และทำสงครามกับมอญจากหงสาวดีถูกมองโกลตี จนสิ้นอาณาจักรในที่สุด

มัณฑะเลย์ เป็นเมืองหลวงเก่าของพม่า ระบอบกษัตริย์สุดท้ายก่อนถูกอังกฤษโค่นล้ม

ร่างกุ้ง เคยเป็นเมืองหลวงที่อังกฤษเป็นผู้ก่อตั้งเป็นเมืองท่าสำคัญในการส่งออก มีสถานที่สำคัญคือมหาเจดีย์ชเวดากอง

ประชากร

Population

Ann.Gr.

Density

2000

45,611,177

+1.24%

67 per sq. km.

2010

50,902,661

+1.07%

75 per sq. km.

2025

58,120,485

+0.76%

86 per sq. km.

เป็นกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ มากมาย รวมถึงชนกลุ่มน้อยที่แยกย่อยลงไปอีกมาก

กลุ่มซิโน-ทิเบตัน 89.3%

พม่า 57.5%

กลุ่มชนเผ่า 19.8%

กะเหรี่ยง 4.8 ล้าน

ชิน 1.2 ล้าน

คะฉิ่น 900,000

อารากัน ยะไข่ 730,000

ตองยี 620,000

อินตา 200,000

คะโด 180,000

ชวงทา 170,000

ลีซู 170,000

อาข่า 140,000

ราวาง 100,000

ไท 8.5%

ฉาน 3.2 ล้าน

ไทลื้อ 320,000

จีน 3.5%

มอญเขมร 5.7%

มากกว่า 13 ชนเผ่า

มอญ 1.1 ล้าน

ปะหล่อง 600,000

ว้า 1.1 ล้าน

ขมุ 100,000

อื่น ๆ 5.0%

โรฮิงยา 1.4 ล้าน

อินเดีย 750,000

เนปาล 200,000

มาเลย์ 26,000

มอแกน 5,000

ตระกูลภาษา

Ò ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ ปะหล่อง  ปะลัง  ปะรวก  ว้า

Ò ตระกูลภาษาซิโน-ทิเบตัน ได้แก่ ภาษาพม่า (ภาษาราชการ) ภาษากะเหรี่ยง  อารากัน (ยะไข่) จิงผ่อ (คะฉิ่น) และ อาข่า

Ò ตระกูลภาษาไท-กะได ได้แก่ ภาษาไทใหญ่ (ฉาน) ไทลื้อ ไทขึน ไทคำตี่ มีผู้พูดหนาแน่นในรัฐฉาน และรัฐกะฉิ่น ส่วนภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาไทยกลาง และภาษาไทยถิ่นอีสาน มีผู้พูดในเขตตะนาวศรี

Ò ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้งและเย้า (เมี่ยน)

Ò ตระกูลภาษาออสโตรนีเชียน ได้แก่ ภาษามอเกนและภาษามาเลย์ ในเขตตะนาวศรี

ความเป็นไปด้านประวัติศาสตร์

ด้านการเมือง

Ò คริสตศตวรรษที่ 19 อังกฤษขยายเขตยึดครองจากอินเดียเข้ามาในพม่า  ใช้พม่าเป็น    ศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าไปสู่จีน  พม่าอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ

Ò ระบบกษัตริย์ถูกลดทอนอำนาจลง ปี 2428  ทำให้สิ้นสุดราชวงศ์ของกษัตริย์พม่าลง       ในที่สุด

Ò พม่าตกเมืองขึ้นของอังกฤษจนได้รับเอกราชกลับคืนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 2491

Ò เริ่มมีการปกครองโดยรัฐบาลพลเรือน ระบอบสังคมนิยม(นายอูนุ)  จากนั้นพรรค                 คอมมิวนิสต์พยายามต่อต้านและแย่งชิงอำนาจกับรัฐบาลพลเรือน

Ò ปัญหาใหญ่ คือ เรื่องชนกลุ่มน้อยไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่นกะเหรี่ยง, ฉิ่น, คะฉิ่น, ฉาน และต้องการแบ่งแยกดินแดนเป็นอิสระจากพม่า

Ò ปี พ.ศ. 2505 นายพลเนวินใช้อำนาจทหารปฏิวัติและเข้าปกครอง

Ò ปี พ.ศ. 2531 นายซอหม่องได้โค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือน

Ò ปี พ.ศ. 2533 มีการเลือกตั้งทั่วไป นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้ง แต่ถูกกล่าวหาว่าสมรสกับคนต่างชาติไม่เหมาะสมเป็นผู้นำ จึงถูกกักขังอยู่ในบ้านตั้งแต่ ปี 2533 ถึงปัจจุบัน  การปกครองจึงกลายมาเป็นระบอบเผด็จการทหาร

ด้านศาสนา

Ò ชาวพม่าส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายหินยาน

-  นับถือศาสนาพุทธ                                           82.9%

-  ศาสนาคริสต์                                                    8.7%

- ศาสนาอิสลาม                                                 3.8%

- นับถือผี / บรรพบุรุษ                                          3.8%

- ศาสนาฮินดู 0.5%

- อื่น ๆ                                                              0.3%

Religions

Population %

Adherents

Ann.Gr.

Buddhist

82.90

37,811,666

+0.9%

Christian

8.70

3,970,000

+3.8%

Muslim

3.80

1,733,225

+1.2%

Chinese

3.00

1,368,335

+9.8%

Traditional ethnic

0.80

364,889

-3.2%

Hindu

0.50

228,056

+1.2%

non-Religious/other

0.30

136,834

+1.2%

Ò รัฐบาลไม่กีดกันศาสนาอื่นๆ หากไม่กระทบต่อ         นโยบายของรัฐ คนในพม่าจึงมีอิสระในการเชื่อศาสนาที่ไม่ขัดต่อกฏหมายของรัฐ  แต่ก็ไม่อนุญาตให้คนจากประเทศเสรีเข้าไปได้สะดวก เพราะกลัวปัญหาการเมือง

Ò ในสภาพความเป็นจริง แม้ศาสนาพุทธไม่ได้เป็นศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ  แต่รัฐบาลทหารส่งเสริมศานาพุทธอย่างมาก  ในทางทฤษฎี พม่ามีเสรีภาพในการนับถือศาสนาแต่คริสตศาสนาเข้มแข็งมากในชนกลุ่มน้อยที่ดื้อดึง จึงมีการแบ่งแยกอย่างเป็นปฏิปักษ์ต่อคริสตชน  มีการใช้กฎหมายบังคับให้คริสเตียนเปลี่ยนศาสนาเป็นพุทธ และการใช้กำลังกับคริสเตียนในชนบท

Ò ดัชนีการประหัตประหารลำดับที่ 30 ของโลก

จำนวนคริสเตียน

โปรเตสแตนท์                2,747,000         คน

คาทอลิค                         600,000        คน

แองกลีกัน                           57,000        คน

กลุ่มอิสระ                         556,000       คน

รายย่อย 10,000 คน

รวม 3,970,000 คน

Christians

Denom.

Affil.%

,000

Ann.Gr.

Protestant

26

6.02

2,747

+3.6%

Independent

41

1.22

556

+6.2%

Anglican

1

0.12

57

+2.6%

Catholic

1

1.32

600

+2.2%

Marginal

1

0.02

10

+5.2%

Churches

MegaBloc

Cong.

Members

Affiliates

Myanmar Baptist Conv

P

3,750

617,781

1,900,000

Catholic

C

1,096

372,671

600,000

Assemblies of God

P

1,500

110,000

255,000

Churches of Christ

P

1,200

100,000

180,000

Methodist

P

300

60,000

100,000

Lisu Christian

I

583

35,000

75,000

Ch of Prov of M

A

731

27,794

56,700

Seventh-day Adventist

P

173

20,555

50,000

Evangelical Free

P

420

12,000

30,000

Presbyterian

P

256

11,785

29,496

Self Supp Karen Bapt

I

140

14,000

28,000

Believers Church (GFA)

I

600

15,625

25,000

Christian Brethren

P

110

9,200

23,000

Mara Evangelical

I

96

10,938

17,170

Foursquare Gospel

P

85

6,000

11,000

Jehovah's Witnesses

M

113

2,950

10,178

Full Gospel Assembly

I

27

5,000

9,000

Christian Reformed

P

71

2,800

3,500

Chr & Miss Alliance

P

9

1,989

3,000

Other denoms [50]

4,815

356,000

529,000

Total Christians [69]

16,170

1,811,000

3,970,000

จำนวนมิชชันนารี

Ò มิชชันนารีจากพม่า มาจากโปรเตสแตนท์ แองกลิกัน กลุ่มอิสระ
3,160
คนจาก 40 หน่วยงาน 3,100 คนทำงานในพม่า

Ò มิชชันนารีเข้าไปพม่า
มาจากโปรเตสแตนท์ แองกลิกัน กลุ่มอิสระ
159
คนจาก 32 หน่วยงาน

Ò มีสถาบันสอนศาสนศาสตร์มากกว่า 90 แห่งในพม่า หลายแห่งเป็นศาสนศาสตร์เสรี หลายแห่งตั้งอยู่ในชนเผ่าต่าง ๆ และมีนักเรียนจำนวนน้อย Myanmar Theological Association มีสถาบันรวม 15 แห่ง Evangel Bible College (AoG, นักเรียน 60 คน), ACTS Bible College (Church on the Rock, นักเรียน 90 คน), Hebron (Brethren, นักเรียน 20 คน) และ Evangelical Bible Seminary ที่มีนักเรียนมากกว่า 120 คนจากหลายนิกายและมีผลกระทบต่อคริสตจักรอย่างมาก

Ò มีชาวพม่าต่างวัฒนธรรมประมาณ 900 คนที่รับใช้พระเจ้า ส่วนใหญ่ขององค์กรที่ส่งพวกเขาออกไปคือ พวกแบ๊บติสท์ AoG เพรสไบทีเรียน และ Christian Brethren and Churches of Christ  GFA เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดที่ทำงานร่วมกับ Believers Church และพวกเขามีมิชชันนารี 800 คน มีโรงเรียนสอนมิชชันนารี 2 แห่ง มีนักเรียนมากกว่า 270 คน

ประวัติความเป็นไปของคริสตจักรในพม่า

Ò ศตวรรษที่ 16 พันธกิจของโรมันคาทอลิกโดยมิชชันนารีชาวโปรตุเกส

Ò ศตวรรษที่ 19 พันธกิจโปรแตสแตนท์เริ่มเข้ามา

Ò ปี 1813 มิชชันนารีกลุ่มอเมริกันแบ๊บติสท์ (อโดนิแรม จัดสัน)

Ò ปี 1879 กลุ่มแองกลิกันเข้ามาหลังเซ็นสนธิสัญญาอังกฤษ-พม่า

Ò ปี 1886 กลุ่มเมโทรดิสเข้ามาพม่าผ่านทางอินเดียโดย มิชชันนารี จี เฮช เฮทสัน

Ò ปี 1919 คณะแอดเวนติสท์เริ่มเข้ามาทำพันธกิจ

Ò ปี 1924 คณะเพ็นเทคอส โดย ลีโอนาด บอลตัน

Ò ปี 1928 คณะกองทัพแห่งความรอดเข้ามาเริ่มงาน

Ò ปี 1952 กลุ่มเพรสไบทีเรียนเข้ามาหลัง เซ็นสนธิสัญญาอังกฤษ-พม่า ครั้งที่ 2

Ò ปี 1966 รัฐบาลทหารพม่าขับไล่มิชชันนารีออกนอกประเทศทั้งหมด

ความเป็นมา: พันธกิจกลุ่มชนเผ่า

Ò ผู้เชื่อส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย เช่น เผ่าฉิ่น คะฉิ่น กลุ่มที่ตอบสนองต่อข่าวประเสริฐมากที่สุด คือชาวกะเหรี่ยง

Ò คริสเตียนชาวฉานในพม่าประมาณ 15,000 คนจาก 3 ล้านคน

Ò คริสเตียนอาข่าประมาณ 60,000 คน พระคัมภีร์ใหม่ถูกแปลเป็นภาษาอาข่า

Ò ปี 1938 แปลพระคัมภีร์ภาษาว้าเสร็จ มีการประกาศกับชาวว้าที่เขตชายแดนพม่า-ไทยและยูนนาน

Ò ปี 1977 คริสตจักรคะฉิ่นรณรงค์ประกาศ สามร้อยปีสามร้อยคนมีอนุชนอาสาสมัคร 300 คน เข้ามารับใช้เต็มเวลา 3 ปี เพื่อว่าพระกิตติคุณจะเข้าไปทุกหนทุกแห่งในแผ่นดินคะฉิ่น

Ò กลุ่มกะเหรี่ยงแบ๊บติสต์รณรงค์ประกาศ กะเหรี่ยงเพื่อพระคริสต์ในปี 2000 เพื่อแบ่งปันพระวจนะแก่คนกะเหรี่ยง ตั้งเป้า 50% ของพวกที่ฟังข่าวประเสริฐจะกลับใจรับเชื่อพระคริสต์ภายใน 10 ปี (1991-2000)

Ò ปี 1983 กลุ่มโซมิแบ๊บติสต์ คอนเวนชั่นรณรงค์ ฉิ่นเพื่อพระคริสต์ในหนึ่งศตวรรษ อนุชนประมาณ 150 คน ได้อาสาเข้ามาแบ่งปันพระวจนะทั่วทั้งรัฐฉิ่น

องค์ประกอบที่เกื้อกูลต่อการเติบโตคริสตจักรในพม่า

Ò ลักษณะภูมิประเทศที่ติดต่อออกสู่ทะเล อุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรมาก ทำให้มีการค้าขายทางทะเล คริสต์ศาสนามาพร้อมกับผู้ที่เดินทางมาทำการค้านำ  พระกิตติคุณเข้ามาเผยแพร่ในพม่า เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อทางการค้า  เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าจากอินเดียไปสู่จีน

Ò ภายใต้การปกครองของอังกฤษ คนพม่าได้สัมผัสวัฒนธรรมตะวันตก ภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนา

Ò มิชชันนารีที่เสียสละทุ่มเทอย่างครอบครัวจัดสัน ได้แปลคัมภีร์ ประกาศอย่างไม่ย่อท้อ

Ò ได้การสนับสนุนจากต่างชาติทั้งบุคลากรและการเงิน สร้างโรงเรียน,โรงพยาบาลและโรงเรียนพระคริสตธรรมเพื่อพัฒนาผู้รับใช้พระเจ้าในพม่า

Ò การที่รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นศาสนาอื่น จึงมีโอกาสทำพันธกิจได้แต่ต้องไม่ขัดกับรัฐบาลทหาร

Ò กลุ่มชนเผ่าขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้สร้างงานประกาศอย่างมีเป้าหมาย

อุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโตของคริสตจักรในพม่า

Ò การเมืองของประเทศไม่สงบ ปกครองโดยรัฐบาลทหารทำให้ขาดเสถียรภาพ ส่งผลต่อความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศ             ทำให้ประเทศเติบโตช้าและล้าหลัง ยังไม่มีเสรีภาพอย่างเต็มที่ในการประกาศและทำพันธกิจ

Ò การขับไล่มิชชันนารีต่างชาติออกไป ทำให้ความเจริญเติบโตของคริสตจักรหยุดชะงักหรือช้าลงมาก         เพราะผู้นำท้องถิ่นต้องปรับตัว        และดำเนินงานเอง

Ò การยึดพันธกิจคริสเตียนต่างๆ เช่น โรงเรียน            โรงพยาบาลเป็นของรัฐ ทำให้ช่องทางในการทำพันธกิจปิดตัวลง

Ò ความเชื่อแบบเสรีนิยม และคริสตามเกิดขึ้นมากมายในคริสตจักร จึงขาดความกระตือรือร้น คริสตจักรอ่อนแอ ขาดความเป็น            น้ำหนึ่งใจเดียวกัน

Ò มีกลุ่มชนเผ่าต่างๆในพม่ามาก ทำให้มี       วัฒนธรรมและภาษาหลากหลาย ต้องใช้เวลาในการเข้าใจภาษา วัฒนธรรม ส่งผลถึงการแปลพระคัมภีร์และการประกาศ

สิ่งที่เรียนรู้พร้อมก้าวต่อไป

Ò การทุ่มเทของมิชชันนารี อโดนิแรม จัดสันได้หยั่งรากลึกลงในใจของชาวพม่าและใน     ดินแดนนี้ ความทุ่มเทในการรับใช้ในพม่า 37 ปี มีคริสตจักร 63 แห่ง มีสมาชิก 7,000 คน  ได้แปลพระคัมภีร์เป็นภาษาพม่า ทำพจนานุกรม พม่า-อังกฤษ

Ò ข่าวประเสริฐสามารถเข้ามาพร้อมกับชีวิตของผู้เชื่อมาทางการค้า ธุรกิจการเมือง การทูต หรือการพัฒนาประเทศ

Ò วิธีการที่จะทำให้คริสตจักรเติบโตเป็นอันหนึ่ง          อันเดียวกัน คือ การประกาศพระกิตติคุณ มีเป้าหมายร่วมกันทำพันธกิจชัดเจน ยิ่งประกาศ ยิ่งรักกัน ยิ่งเติบโต

Ò ท่ามกลางปัญหามีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ แม้สภาพการเมืองของพม่าไม่สงบแต่การ          เติบโตของคริสเตียนในชนเผ่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งถูกข่มเหง ยิ่งเติบโต ยิ่งขยายตัว

ชนเผ่าโรฮิงยา พระกิตติคุณยังเข้าไม่ถึง ไม่มีคริสเตียนในชนกลุ่มนี้

โรฮิงยา(Rohingya) เป็นมุสลิมที่อาศัยอยู่ทางเหนือของประเทศพม่าติดชายแดนประเทศบังกลาเทศ ชาวโรฮิงอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐอารากัน (ยะไข่) มีภาษาเป็นของตัวเอง คือ ภาษาอินดิค (Indic) คล้ายกับภาษาเบงกาลีที่ใช้พูดในประเทศบังกลาเทศและอินเดีย ไม่ได้ใช้ภาษามลายูหรือภาษายาวีตามที่สื่อไทยบางส่วนรายงาน ในรัฐอารากันมีประชากรประมาณ 3ล้านคน เป็นชาวโรฮิงยาประมาณ 7แสน-1.5ล้านคน

มีรายงานและงานวิจัยหลายส่วนที่ให้ข้อมูลไว้ว่าชาวโรฮิงยาอยู่ในตอนเหนือรัฐอารากันมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 7-12 และได้นับถือศาสนาอิสลามเนื่องจากพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐอารากันมีพ่อค้าชาวอาหรับเข้ามาค้าขายเป็นเวลายาวนาน แต่ในสายตารัฐบาลเผด็จการพม่ามองว่า     โรฮิงยาเป็นผู้ลี้ภัยอย่างผิดกฎหมาย และอพยพมาจากประเทศบังกลาเทศในสมัยที่พม่าตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดินิยมอังกฤษ ทำให้ประชาชนชาวโรฮิงยาไม่ได้รับการรวมเข้าไปในกลุ่มชนพื้นเมือง รวมถึงความแตกต่างในศาสนาและภาษา อีกทั้งด้วยประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางด้านเขตแดนระหว่างบังกลาเทศกับพม่าเลยทำให้ชาวโรฮิงยาถูกมองว่าเป็นอื่นมากกว่าเดิม รัฐบาลเผด็จการพม่าจึงไม่รับรองการมีอยู่ของชาวโรฮิงยา ส่งผลให้ไม่ได้รับสัญชาติพม่า ซ้ำยังละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนกวาดล้างชาวโรฮิงยาและปฏิบัติเหมือนโรฮิงยาไม่ใช่มนุษย์ เพราะโรฮิงยานับถืออิสลาม เป็นมุสลิม รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับโรฮิงยาเป็นพลเมือง ชาวโรฮิงยาจึงลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออิสรภาพ สิทธิเสรีภาพมาตลอด จนถูกปราบปราม เช่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยาหลบหนีภัยเข้าไปในบังกลาเทศ ปากีสถาน ซาอุดิอาราเบีย เป็นหลัก โดยที่ประเทศรองลงมา คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรต มาเลเซีย และประเทศไทย

ตามกฎหมายสัญชาติพม่าปี 1982 (Burma Citizenship Law) ชาวโรฮิงยาต้องขออนุญาตจากรัฐบาลทหารถ้าจะออกจากพื้นที่ และต้องจ่ายเงินถ้าจะออกจากพื้นที่ ทำให้ชาวโรฮิงยามีสถานภาพความเป็นอยู่ที่ต่ำมากเนื่องจากไม่สามารถหางานทำหรือค้าขายอย่างต่อเนื่องได้
ชาวโรฮิงยายังถูกละเมิดไม่ให้รับสิทธิที่จะได้รับสัญชาติ ห้ามไม่ให้แต่งงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลทหารพม่า นับว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีสถานการณ์ความเป็นอยู่ที่เลวร้ายที่สุดในพม่า

แรงงานต่างด้าวพม่าในประเทศไทย

สถิติจำนวนแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย

Ò มติคณะรัฐมนตรีเดือนเมษายน 2547 ได้เปลี่ยนระบบการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยได้กำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนทั้งนายจ้างและลูกจ้าง มีแรงงานต่างด้าว เด็ก และผู้ติดตามที่มารายงานตัวขึ้นทะเบียน จำนวน 1,284,920 คน

Ò ในปี พ.ศ.2548 มีแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ต่อทะเบียนอนุญาตทำงาน จำนวน 705,293 คน

Ò ในปี พ.ศ. 2549 มีแรงงานที่ขอต่อทะเบียนอนุญาตทำงานจำนวนเพียง 460,014 คน รัฐบาลจึงเปิดโอกาสให้มีการรับจดทะเบียนอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวใหม่ ปรากฏว่ามีแรงงานมาขอจดทะเบียน จำนวน 208,000 คน รวมกับแรงงานเดิมที่ต่อใบอนุญาตทำงาน เป็นจำนวน 668,014 คน

Ò ในปีพ.ศ.2550 รัฐบาลเปิดให้มีการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน แต่ก็เปิดโอกาสให้มีการรับจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในเขต 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ซึ่งมีแรงงานมาขอจดทะเบียนเพียง 11,997 คน

Ò ในปีพ.ศ.2551 มีจำนวนแรงงานที่ต่อใบขออนุญาตทำงานทั่วประเทศ 454,262 คน

Ò แต่จากการประเมินขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านแรงงานข้ามชาติ คาดว่าน่าจะมีแรงงานที่ไม่ขึ้นทะเบียนมากกว่า 4 เท่า ซึ่งจำนวนทั้งหมดน่าจะมีไม่น้อยกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ เป็นแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า กว่าร้อยละ 80

Ò ปี 2552 แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา โดยรองนายกรัฐมนตรีได้รายงานให้ที่ประชุมครม.รับทราบถึงตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายมีอยู่ประมาณ 2 ล้านคน เพื่อยับยั้งผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเหล่านี้มีอยู่ 2 ประการ คือ สกัดกั้นไม่ให้เข้ามาเพิ่มเติมอีก และจดทะเบียน เพื่อนำเอาแรงงานที่อยู่ใต้ดินมาอยู่บนดิน

หัวข้ออธิษฐานเผื่อประเทศพม่า

คำตอบของคำอธิษฐาน

แม้ว่าคริสเตียนจะถูกโดดเดี่ยวและปราบปราม คริสตศาสนาเติบโตอย่างมากในชนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม นอกจากนี้พระสงฆ์ศาสนาพุทธก็มีความสนใจข่าวประเสริฐ มีการอัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายที่นำไปสู่การกลับใจใหม่

สิ่งท้าทายสำหรับการอธิษฐานเผื่อ

1. สี่ทศวรรษแห่งการกดขี่โดยการปกครองของทหาร ทำให้ประเทศถูกโดดเดี่ยวและอดอยากยากไร้  ความสิ้นหวังตามติดการล้มล้างประชาธิปไตยในปี 1990 ความกล้าหาญของผู้นำฝ่ายค้าน อองซานซูจี เป็นที่ประจักษ์เมื่อเธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี1991 เธอถูกกักบริเวณตั้งแต่ปี 1990 อธิษฐานทูลขอให้ประชาคมนานาชาติและสมาชิก ASEAN เรียกร้องและดำเนินการทวงประชาธิปไตยคืน อธิษฐานทูลขอให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีระเบียบแบบแผนที่จะนำมาซึ่งรัฐบาลระบอบประชาธิปไตยที่จะสร้างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาขึ้นมาใหม่

2. มีสงครามต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1942 ตั้งแต่ที่ได้เป็นรัฐอิสระ พม่าพยายามที่จะบดขยี้ชนกลุ่มน้อยที่คิดผิดแผก การทำลายล้างทรัพย์สินและชีวิตอย่างมโหฬารมีผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชาวกระเหรี่ยง ฉาน ว้า ฉิ่น ในช่วงทศวรรษ1990 มีผู้คนอพยพมากถึง 2 ล้านคน ส่วนใหญ่ในพม่าเอง และอีกมากมายไปอินเดีย บังคลาเทศ และ ไทย  อธิษฐานทูลขอให้มีความสามัคคีในกลุ่มชน รัฐบาลกลางที่มีประสิทธิภาพและสันติภาพ

3. คริสตจักรในพม่าถูกโดดเดี่ยวเป็นเวลานานถึง 30 ปี มิชชันนารีโปรเตสแตนท์และคาทอลิคถูกขับไล่ออกนอกประเทศในปี 1966  สรรเสริญพระเจ้าสำหรับรากฐานที่ Adoniram Judson มิชชันนารีแบ๊บติสท์ชาวอเมริกันได้วางไว้ และสำหรับผู้ที่กระทำตาม  เพราะว่าบนรากฐานนี้เองที่คริสตจักรได้เติบโตขึ้นและเป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพในการส่งมิชชันนารีออกไป อธิษฐานทูลขอให้มีการยกเลิกข้อห้ามการมีสามัคคีธรรมกับคริสเตียนจากภายนอกประเทศ

4. รัฐบาลทหารแสวงการจำกัดขอบเขตและถึงขั้นกำจัดคริสตจักร  ถึงกระนั้นก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คริสตศาสนาถูกวางรากหยั่งลึกไว้และเข้มแข็งขึ้นท่ามกลางความยากลำบาก  คริสเตียนหลายคนเป็นคนที่มีการศึกษาและอยู่ในตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบทั่วประเทศ  ความเติบโตนี้ชะลอตัวในช่วงทศวรรษ 1980 เพราะทฤษฎีเสรีนิยม (liberal theology) ความเติบโตนี้เห็นได้ชัดในนิกายใหม่ ๆ ความเติบโตที่มากที่สุดเกิดในชนกลุ่มน้อย ฉิ่นซึ่งอยู่ทางเหนือ Lushai Chin, Mara, Matu Chin ในรัฐฉิ่นตอนใต้ และในกลุ่มคะฉิ่นต่างๆ จิงผ่อ, ราวาง, ลีซู และ ลาหู่ และ 40% ของกระเหรี่ยงเป็นคริสเตียน อธิษฐานทูลขอให้พวกเขาประกาศข่าวประเสริฐแก่ชนกลุ่มย่อยในกลุ่มชนของพวกเขา ผู้คนอื่นๆที่เข้าไม่ถึง และคนพม่า

5 ความท้าทายที่คริสตจักรในพม่าเผชิญหน้า:

a) ความแข็งแกร่งและความสัตย์ซื่อภายใต้การถูกกดขี่ข่มเหง แม้จะมีเสรีภาพแต่ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องของสิ่งก่อสร้าง การเปลี่ยนศาสนา โอกาสในการทำงาน การนำเข้าวรรณกรรม มีหลายกรณีที่คริสเตียนถูกบังคับให้สร้างวัดและเปลี่ยนศาสนา อธิษฐานทูลขอให้ยืนหยัด สัตย์ซื่อภายใต้ความกดดันต่าง ๆ

b) ทฤษฎีเสรีนิยม ในโรงเรียนสอนศาสนศาสตร์รุ่นเก่ากำลังสร้างผู้นำคริสตจักรที่ดูถูกพวกอิแวนเจลิคอลและการบังเกิดใหม่ อธิษฐานทูลขอให้ผู้นำคริสตจักรและสมาชิกยึดพระคัมภีร์ไว้ในจิตใจ

c) คริสเตียนในนามกำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในคริสเตียนรุ่นที่ 3 และ 4 อธิษฐานทูลขอการฟื้นฟู

d) คริสเตียนส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย ซึ่งมีส่วนในกองกำลังทหารที่ต่อต้านรัฐบาล อธิษฐานทูลขอให้เรื่องนี้จะไม่ก่อให้เกิดความขมขื่น ความเกลียดชังผู้อื่น การยอมประนีประนอมความเชื่อ หรือลดนิมิตการทำพันธกิจ

e) การคืนดีและเอกภาพ ในกลุ่มคริสเตียนเป็นเรื่องที่ต้องการอย่างยิ่ง สาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกแยกมีหลายประการ เผ่าพันธุ์ ความนิ่งเฉยหรือความกระตือรือร้นทางทหาร คำสอน อธิษฐานทูลขอให้ Myanmar Biblical Christian Fellowship และ Myanmar Evangelical Christian Fellowship ส่งเสริมความเป็นเอกภาพได้อย่างสัมฤทธิ์ผล

6. การศึกษาศาสนศาสตร์ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก มีสถาบันสอนศาสนศาสตร์มากกว่า 90 แห่งในพม่า หลายแห่งเป็นศาสนศาสตร์เสรี หลายแห่งตั้งอยู่ในชนเผ่าและมีนักเรียนจำนวนน้อย อธิษฐานทูลขอเป็นพิเศษให้สถาบันทั้ง 15 แห่งของ Myanmar Theological Association อธิษฐานเผื่อ Evangel Bible College (AoG, นักเรียน 60 คน), ACTS Bible College (Church on the Rock, นักเรียน 90 คน), Hebron (Brethren, นักเรียน 20 คน) และ Evangelical Bible Seminary ที่มีนักเรียนมากกว่า 120 คนจากหลายคณะนิกายและมีผลกระทบต่อคริสตจักรอย่างมาก

7. พุทธศาสนาถูกฝังรากลึกในกลุ่มชนพม่าส่วนใหญ่ พวกฉาน และ มอญ และมีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้คนที่นับถือผีสาง พลังของร่างทรง โหราศาสตร์ โชคลาง และเวทมนตร์แผ่ขยายไปทั่วทุกชุมชน มีเพียง 5% ของคริสเตียนเท่านั้นที่มาจากคนที่เคยนับถือศาสนาพุทธ อธิษฐานทูลขอการเปิดใจของทุกคนและการสำแดงฤทธิ์อำนาจของพระเยซู อธิษฐานทูลขอการกลับใจในกลุ่มพระสงฆ์ 750,000 รูป หลายท่านมีความสนใจในรายการวิทยุของคริสเตียน

8. ผู้คนที่ได้รับการประกาศข่าวประเสริฐน้อยที่สุด:

a) คนพม่า มีคริสเตียนที่เป็นคนพม่าเพียง 50,000 คน  ไม่ง่ายที่คนชนเผ่าจะประกาศข่าวประเสริฐให้กับคนพม่าเนื่องจากมีความไม่ไว้วางใจกันมานาน และไม่ง่ายสำหรับคนพม่าที่มีอำนาจทางการเมืองที่จะฟังข่าวประเสริฐจากคนชนเผ่าโดยปราศจากอคติ อธิษฐานทูลขอให้คนพุทธเหล่านี้กลับใจ

b) พวกฉาน เป็นคนพุทธ มีความเกี่ยวโยงกับคนไทยและอาศัยอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ พวกเขาได้รับความเสียหายอย่างหนักในการสู้รบกับรัฐบาลทหาร ยาเสพติดและเอดส์ เป็นปัญหาหลักของพวกเขา มีคริสเตียนเพียง 0.6% และน้อยคนที่จะมีพระคัมภีร์ อธิษฐานเผื่อการเรียบเรียงพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เป็นภาษาฉานขึ้นมาใหม่

c) ชนพุทธกลุ่มน้อยกลุ่มอื่นๆ มีคริสเตียนน้อย - พวกปะหล่อง (0.2%) ; มอญ(0.9%); ตองยี (0.5%); ลื้อ (0.6%) และกลุ่มที่เล็กกว่าอีกมากมายหลายกลุ่ม

d) คนที่นับถือผีสาง บางคนเข้าถึงได้น้อยแต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกำลังเกิดขึ้นในกลุ่ม      คนฉิ่นทางใต้ Naga, Mru, Rawang, Mahei, ว้าและ ลาหู่ อธิษฐานทูลขอการสร้างคริสตจักรในกลุ่มชนแต่ละกลุ่มเหล่านี้ ด้านความยากจน การปลูกฝิ่น การขาดวรรณกรรมสำหรับคริสเตียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดพระคัมภีร์ และการสั่งสอนที่ไม่พอเพียง

e) คนจีน มี 62 คริสตจักรและผู้เชื่อ 10,000 คนในปี 1990 โดยที่ 2% ของประชากรเป็นคนจีน การอพยพของคนจีนที่เข้ามาทางชายแดนยูนนานทำให้ตัวเลขเปลี่ยนไป  มัณฑะเลย์ในขณะนี้มีคนจีน 30% คนจีนเหล่านี้ยังเข้าถึงได้น้อย

f) พวก Chettiyars ชนกลุ่มน้อยชาวอินเดีย ที่อพยพมาจากรัฐต่าง ๆ ของอินเดีย มีทั้งมุสลิมและฮินดู  ข่าวประเสริฐพุ่งตรงไปที่พวกเขาน้อยมาก

g) พวกโรฮิงยาแห่งอารากัน เป็นมุสลิมลูกหลานของอาหรับ มัวร์ โมกูลส์ และ เบงกาลี  ที่อพยพมาอยู่ที่อารข่านเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว รัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธการให้สัญชาติพม่าแก่พวกเขา ในปี 1978 และ 1991 คนเหล่านี้มากกว่า 250,000 คนถูกขับไล่จากบ้านเรือนของตนเองและต้องไปเป็นผู้อพยพที่บังคลาเทศ พวกเขาได้รับอนุญาตให้กลับประเทศได้แล้วแต่กลายเป็นพวกที่ไม่สำคัญและเก็บตัว ไม่มีคริสเตียนในชนกลุ่มนี้

h) ฮินดูและเนปาล เป็นพวกที่ถูกทิ้งไปนานแล้ว ในปี 1928 มีการสร้างคริสตจักรแห่งแรกท่ามกลางพวกเขาและขณะนี้มีคริสเตียนเพียงน้อยนิด

i) เหยื่อเอดส์ AIDS เป็นหายนะหลัก ประชากรมากกว่า 530,000 คนติดเชื้อ (2% ของประชากร) และมีเด็กกำพร้ามากกว่า 43,000 คน สาเหตุคือเด็กผู้หญิงถูกใช้ให้ไปเป็นโสเภณีในเมืองไทย การฉีดสารเสพติดเข้าเส้นเลือด และ การอพยพของแรงงาน ไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคหรือเพื่อตอบสนองความต้องการทางจิตใจและจิตวิญญาณของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

9. วิสัยทัศน์เรื่องมิชชันนารีของคริสตจักร ทำให้ผู้คนใหม่ๆเปิดรับข่าวประเสริฐ มีชาวพม่าต่างวัฒนธรรมประมาณ 900 คนที่รับใช้พระเจ้า ส่วนใหญ่ขององค์กรที่ส่งพวกเขาออกไปคือ พวกแบ๊บติสท์ AoG เพรสไบทีเรียน และ Christian Brethren and Churches of Christ             GFA เป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดที่ทำงานร่วมกับ Believers Church และพวกเขามีมิชชันนารี 800 คน มีโรงเรียนสอนมิชชันนารี 2 แห่ง มีนักเรียนมากกว่า 270 คน อธิษฐานทูลขอให้วิสัยทัศน์นี้ยั่งยืน ได้รับการสนับสนุน แผ่ขยาย และเกิดผลมากมาย

10. พันธกิจการช่วยเหลือ :

a) การขาดพระคัมภีร์ และวรรณกรรมคริสเตียนทุกชนิดในภาษาพม่าและภาษาชนกลุ่มน้อยเนื่องจากการกีดกั้นการนำเข้าพระคัมภีร์ และพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่กำลังได้รับการตีพิมพ์ในพม่า แต่เงินทุนและสิ่งของหาได้ยาก The Evangelical Literature Centre          (7 ร้านหนังสือ) และ CLC (1 ร้านหนังสือในย่างกุ้ง) กำลังพิมพ์วรรณกรรมที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากอยู่ในขณะนี้

b) การแปลพระคัมภีร์ เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก มีทีมงานที่กำลังแปลพระคัมภีร์ภาค             พันธสัญญาใหม่ 14 ภาษา แต่อย่างน้อยต้องแปลอีก 14 ภาษา หรือ มากถึง 54 ภาษา  การแปลต้องอาศัยนักแปลพม่า อธิษฐานทูลขอนักแปลที่จะมาสานต่อโครงการ และทูลขอการสำรวจความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

c) วิทยุคริสเตียน ประสบความสำเร็จในการออกอากาศถึง 17 ภาษา หน่วยงานจัดรายการที่สำคัญและภาษาที่ออกอากาศ: FEBC (อาข่า พม่า จิงผ่อ ฉิ่น (4) กะเหรี่ยง (2) ลาหู่ ลีซู ลูไซ ปะหล่อง, ราวาง และ ฉาน) และ TWR (พม่า อังกฤษ) คนฟังที่เป็นคนพม่า เปิดใจมากขึ้น อธิษฐานทูลขอสำหรับการผลิตรายการและการจัดเตรียมอุปกรณ์

d) ภาพยนตร์เรื่อง JESUS ถูกนำมาฉายอย่างแพร่หลายทั้งในโรงภาพยนตร์และทางโทรทัศน์

e) GRN ผลิตสื่อบันทึกเสียงในภาษาต่างๆ 149 ภาษา แต่ติดปัญหาการนำเข้าและการจัดจำหน่าย

11. อธิษฐานเป็นพิเศษที่คริสตจักร และคริสเตียนไทยจะทูลวิงวอนให้เกิดพันธกิจข้ามวัฒนธรรมมากขึ้นทั้งจากภายใน โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติพม่าที่มีอยู่นับล้าน ๆ ในประเทศไทยเวลานี้ ให้มีการประกาศฯ ตามคริสตจักรต่าง ๆ ทั่วประเทศ หรือหน่วยงานคริสเตียนที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนต่างด้าวเหล่านี้  รวมทั้งมีส่วนในพันธกิจภายนอกประเทศ คือการรับใช้ในฐานะ ผู้ออกไปให้มีบทบาทครบทุกส่วนทั้งเป็น ผู้ส่ง ผู้รณรงค์ ผู้ต้อนรับ ผู้อธิษฐานเผื่อ

หน่วยงานที่ให้ข้อมูลและทำงานเกี่ยวกับพันธกิจในพม่า

www.prayforburma.org

Christians Concerned for Burma CCB. P.O.Box 14,Mae jo, Chiang Mai 50290

www.operationworld.org

The primary purpose of Operation World is PRAYER!

Pray for today's country.

Myanmar: Aug 20-21

www.operationworld.org/country/myan/owtext.html

www.freeburmarangers.org

คือองค์การที่อุทิศตนเพื่ออิสรภาพของประชาชนใน ประเทศพม่า ปลดปล่อยผู้ถูก          ข่มเหงคือคติพจน์ของ The Free Burma Rangers และเราอุทิศ ตนเพื่อการสร้างรากฐานของเสรีภาพ ความยุติธรรม สิทธิอันเท่าเทียมกัน และสันติสุขเพื่อประชาชน       ทุกคนในประเทศพม่า

The Free Burma Rangers สนับสนุนการกอบกู้ประชาธิปไตย สิทธิของชนเผ่า และสนับสนุนให้มีการใช้การประกาศสากลของสิทธิมนุษยชนในพม่า เรายืนหยัดเคียงข้าง คนเหล่านั้นที่ต้องการชาติที่มีสิ่งที่พระเจ้าประทานให้คือ ชีวิต, เสรีภาพ, ความยุติธรรม, การมีความสุข และสันติภาพสำหรับทุกๆ คน

Last Updated on Tuesday, 07 September 2010 06:32